
เวลาจะเริ่มขายของออนไลน์ แน่นอนว่าต้องนึกถึง Facebook Page เป็นตัวเลือกแรกๆ เพราะมันทั้งสร้างเพจขายของง่าย เปิดปุ๊บใช้งานได้เลย ไม่ต้องรออนุมัติ แถมคนส่วนใหญ่ก็ใช้ Facebook กันอยู่แล้วด้วย
แต่พอเข้าสู่ปี 2025 หลายคนอาจสงสัยว่า “ขายของบนเพจยังเวิร์คอยู่ไหม?” หรือว่ามันจะเก่าไปแล้ว? มาลองดูเหตุผลที่ทำให้ Facebook Page ยังคงเป็นเครื่องมือที่แม่ค้าออนไลน์ต้องมี กันดีกว่าค่ะ
- “ความนิยม” : Facebook ยังคงเป็นโซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่งของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 3 พันล้านคนต่อเดือน และจริงๆในไทยเอง ก็ยังเป็นแพลตฟอร์มยอดฮิตที่มีผู้ใช้ราว 48 ล้านคน ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และมีโอกาสมากมาย
- “เครื่องมือ” : Facebook รู้ว่าคนขายของบนแพลตฟอร์มเยอะขึ้น เลยขยันออกเครื่องมือมาซัพพอร์ต ไม่ว่าจะเป็น Facebook Shops ที่เปิดร้านได้ง่าย, Marketplace สำหรับโพสต์ขายของมือหนึ่งและมือสอง และ Facebook Live ที่ช่วยให้คนไลฟ์ขายของ ปิดการขายได้ง่ายขึ้น
- “การเข้าถึง” : ถึงแม้ว่าอัลกอริธึม Facebook เปลี่ยนไปเยอะ โพสต์ทั่วไปอาจเข้าถึงยากขึ้น (เพราะเน้นไปที่ Content based) แต่ถ้าทำโพสต์ถูกจุด ถูกใจคนดู ให้มี Engagement ดี โอกาส viral ก็เยอะตามไปด้วย
- “การปรับตัวให้ทันยุค” : ยุคนี้การขายของออนไลน์แข่งกันดุเดือด ทั้ง Facebook และผู้พัฒนา software plug-in ก็ออกเครื่องมือใหม่ ๆ มาซัพพอร์ตการขาย เช่น Chatbot ตอบแชทอัตโนมัติ การติดตามพัสดุ และ ระบบติดตามลูกค้า ที่ช่วยให้ปิดการขายและติดตามได้ง่ายขึ้น

วิธีสร้างเพจขายของง่ายๆ
จะแบ่งออกมาเป็น 3 ส่วนนะคะ ถ้าทำตามนี้ รับรองว่าเปิดร้านได้จริง แถมตกแต่งร้านไปในตัวเลยค่ะ
- สร้างเพจfacebookขายของกันก่อน
1. ล็อกอินเข้าเฟสตามปกติ แล้วไปคลิปที่ “สร้าง” แล้วเลือกเพจ (หรือคลิก Facebook Page)
2. เลือกว่าจะสร้างเพจสำหรับ “ธุรกิจหรือแบรนด์” หรือ “บุคคลสาธารณะ”
3. กรอกข้อมูลเพจให้ครบถ้วน เช่น ชื่อเพจ หมวดหมู่ รายละเอียด
– ใส่ ชื่อเพจ ให้ตรงกับแบรนด์และหาง่าย
– มีคำที่เป็น จุดเด่น หรือ แบรนด์ดิ้ง
– ตั้งค่า URL เพจ ให้จำง่าย สั้น กระชับ
- ใส่ข้อมูลสำคัญให้ครบ
- รูปโปรไฟล์: ใช้โลโก้ รูปสินค้า หรือ รูปเจ้าของเพจ
- ภาพหน้าปก: ออกแบบให้สื่อถึงแบรนด์
– ให้นึกถึงการจัดหน้าร้านแบบออฟไลน์ เราจะจัดอย่างไรให้สะท้อนถึงสิ่งที่อยากนำเสนอลูกค้า
– ทั้งรูป Profile , Cover page แนะนำให้เลือกรูปที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เช่น สินค้าที่ขาย สีแบรนด์, คำพูดข้อความที่สื่อสาร เป็นต้น
- รายละเอียดเกี่ยวกับเพจ: เขียนให้กระชับ น่าสนใจ และ SEO-friendly
- ปุ่ม Call-to-Action: ตั้งเป็น “ส่งข้อความ” หรือ “ไปที่ร้านค้า”
- เริ่มต้นเพจด้วยการโพส
โพสแรกๆ ควรจะเป็น ข้อมูลหรือสิ่งจำเป็นที่เราอยากบอกลูกค้า หรือ สิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินค้าซื้อสินค้าเราค่ะ
– แนะนำให้ปักหมุดโพสเลย โพสจะได้อยู่บนสุด ลูกค้ากดเข้าเพจมาจะได้เห็นก่อน
– ตัวอย่าง : โพสต์แนะนำตัวสินค้า, รีวิวลูกค้า, โปรโมชั่นเปิดตัว, คอนเทนต์ให้ความรู้ เช่น วิธีใช้สินค้า เป็นต้น

เพจขายของที่ดี ควรมีอะไรบ้าง?
เรียกว่าเป็น พื้นฐานของการเปิด Facebook Page เพื่อขายของแล้วกันค่ะ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำเพื่อให้ร้านเราน่าสนใจ ดูอัพเดท ไม่ร้าง คนเข้ามาจะได้กดติดตาม
- คอนเทนต์ต้องมีคุณภาพ
อย่าโพสต์ขายของอย่างเดียว อย่างที่บอกว่าตอนนี้เฟสปรับเป็น content based แล้ว แนะนำให้ใช้กฎ 80/20 Rule → 80% คอนเทนต์ให้ความบันเทิง หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ อีก 20% ค่อยขายของ
- ตอบแชทเร็ว ไม่ให้ลูกค้ารอ
แนะนำให้ใช้ Meta Business Suite ในมือถือ จะได้เห็นข้อความแจ้งเตือนในมือถือเวลาลูกค้าทัก หรือเปิด Chatbot ไว้ตอบอัตโนมัติก็ช่วยได้ อย่างไรก็ตามควรมีแอดมินรอ standby ตอบดีกว่าค่ะ
- รูปและวิดีโอช่วยขายของได้
ถ่ายรูปให้ชัด แสงดี ถ้าเป็นวิดีโอ ควรสั้นกระชับ 15-30 วินาที แนะนำให้ใช้ Facebook Reels หรือ Live เพิ่มการมองเห็น
- รีวิวจากลูกค้าจริงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
รีวิวเป็นสิ่งที่ชักจูง โน้มนาว และ ใช้ปิดการขายได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นเวลาลูกค้าได้รับสินค้าและใช้ไปสักพักแล้ว ลองทักไปถามฟีดแบค แล้วแคปเก็บไว้เรื่อยๆ เพื่อนำมาต่อยอดทำเป็นคอนเทนต์ได้ค่ะ
- ยิงโฆษณาให้ตรงจุด
แนะนำว่าแรกๆ อาจจะยิงแอดแบบกว้างๆ แล้วถัดจากนั้นใช้ Retargeting Ads ยิงซ้ำให้คนที่เคยดูสินค้า และ Lookalike Audience หาลูกค้าใหม่ที่พฤติกรรมคล้ายกัน

เทคนิคการขายบน Facebook: ทำโปรหน้าบ้าน + หลังบ้าน
เทคนิคการขายที่เห็นผลดี แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง คือ โชว์ราคาปกติบนเพจ (หน้าบ้าน) แล้วใช้ โปรโมชันพิเศษในแชท (หลังบ้าน) เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าทักเข้ามา
เช่น โพสต์สินค้าราคาเต็ม แต่พอลูกค้าสอบถาม ก็เสนอโปรลับเฉพาะในอินบ็อกซ์ เช่น “สั่งภายในวันนี้ ส่งฟรีให้ค่ะ” หรือ “แค่วันที่ทักเข้ามา มีโปร 2 แถม 1” วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ดีลพิเศษ และช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้ง่ายขึ้น
ควรคำนึงถึง 2 เรื่อง คือ อย่าให้ลูกค้าติดโปร ดูความจำเป็นของการทำโปรโมชั่น และ ดู Gap Margin ให้ดี
การสร้างเพจขายของในปี 2025 ยังคงเวิร์ค ถ้าใช้เทคนิคให้ถูกต้อง แต่ถ้าคุณต้องการให้เพจเติบโตเร็วขึ้น เพิ่ม ยอดไลก์ ยอดฟอลโลว์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น SM Digital มีบริการช่วยดูแลเพจแบบครบวงจร ทั้ง การตลาดออนไลน์ การยิงแอด และกลยุทธ์เพิ่ม Engagement ให้คุณโฟกัสที่การขาย ส่วนการตลาดให้เราช่วยจัดการนะคะ